Now Playing Tracks

ยินดีกับบัณฑิตด้วยนะครัช @nutt_kan
ฝนตกหลงทาง เสียเวลาไม่เท่าไร
แต่ถ้าหลงสบตาบรรดาเพื่อนบัณฑิต อาจจะเสียหลักได้ #เพื่อน@toey.phongphong ได้กล่าวไว้ (at Kasetsart University)

"True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind" - HRH Prince Mahidol of Songkla - 24 กันยา วันมหิดล ครั้งหนึ่งที่เคยเป็นลูกพระบิดา #วันมหิดล (at Mahidol University Salaya Campus)

Review : หนังดีสำหรับคุณ 15 เรื่อง

แชร์หนังดีสำหรับคุณ 15 เรื่อง เห็นเล่นกัน แต่ไม่มีใครท้า แต่อยากแชร์

1. The Shawshank Redemption (1994)
เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในคุกของนายธนาคารดาวรุ่งคนหนึ่งที่ติดคุกตลอดชีวิต เนื่องจาก เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมของภรรยาตนเอง ซึ่งเขาเองก็จำเหตุการณ์ในคืนนั้นไม่ได้เนื่องจากในคืนนั้นเขากับภรรยาได้มีปากเสียงกัน และเขาได้ดื่มเหล้าเข้าไปอย่างหนัก เมื่อตอนที่เขาได้มาอยู่ได้คุกก็ได้นำความรู้ความสามารถของตนมาสอนหนังสือให้กับนักโทษภายในคุก และทำรายการเลี่ยงภาษีให้กับบรรดาผู้คุมและพัสดี หนังเรื่องนี้จะเรียกว่าเป็น prison break ภาครันทด ก็ได้

image



2. The Green Mile (1999)
พอล เอดจ์คอมบ์  อดีตพัศดีในบ้านพักคนชราเล่าเรื่องความหลังของตนในปี ค.ศ. 1935 สมัยยังทำงานเป็นพัศดีอยู่ให้ อีเลน คอนเนลลี่ เพื่อนหญิงที่พักอยู่ที่บ้านพักคนชราด้วยกันฟัง ในขณะประจำการที่โคลด์ เมาท์เทนท์ ทางใต้ ในยุคของการกดขี่ด้านชนชั้นและสีผิว งานของเอดจ์คอมมบ์และพัศดีคนอื่น ๆ คือการดูแลนักโทษประหาร ที่รอการเดินทางผ่านเส้นทาง ที่เรียกว่า กรีนไมล์ (Green Mile) ทางเดินสีเขียวที่นักโทษใช้เป็นทางเดินออกจากห้องขังไปสู่เก้าอี้ไฟฟ้า ณ ที่นี่นักโทษทุกคนล้วนแต่สำนึกในโทษของตัวเองแล้วทั้งนั้น และมีชีวิตอยู่เพื่อรอวันสุดท้าย ทำให้พัศดีทุกคนล้วนแต่เห็นใจและผูกพันกับนักโทษทุกคน แต่เขาไม่เคยรู้สึกผูกพันกับใครเหมือนอย่างที่รู้สึกกับ จอห์น ค็อฟฟี่ นักโทษร่างยักษ์ผิวดำ ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งต้องคดีฆาตกรรมเด็กหญิงสองคน โดยส่วนตัวหนังเรื่องนี้ดีมาก แต่ถ้าจะดูแนะนำว่าวันนั้นอย่าได้นัดใครไว้เลย เพราะหนังยาวมาก

image



3. A Beautiful Mind (2001)

สร้างจากชีวิตจริงของ John Nash เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ John Nash ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สาขาคณิตศาสตร์ ซึ่งตอนแรกไม่มีใครคิดว่าเขาสมควรได้เรียนที่นี่ แต่ได้มีอาจารย์คนหนึ่งที่คิดว่าเขานั้นเหมาะที่จะเรียนที่นี่และได้รับเขาเข้ามาเรียน ซึ่งต่อมาเขาได้พัฒนาแนวคิดที่ทำให้ปฏิวัติแนวคิดทางคณิตศาสตร์  และเขายังเกิดอาการจิตระแวงทำให้เป็นภาระต่อภรรยาของตนและเพื่อนๆ

ชอบหนังเรื่องนี้ตอนที่กรรมการรางวัลโนเบลมาบอกว่า John Nash ว่าเขาจะได้รางวัลโนเบลที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน แล้วคนในห้องสมุดเดินมาแสดงความยินดีกับเขาด้วยการวางปากกาของแต่ละคนลงบนโต๊ะที่ John Nash นั่งอยู่

image

4. The Lake House (2006)

เป็นหนังโรแมน เมื่อตู้จดหมายหน้าบ้านของบ้านริมทะเลสาบแห่งหนึ่งเป็นอุโมงค์เวลาไปยังอนาคตอีก 2 ปีข้างหน้า ทำให้ ดร.เคท ฟอร์สเตอร์ ซึ่งกำลังจะย้ายบ้านออกไปอยู่ในตัวเมืองชิคาโก ในปี 2006 เพื่อทำหน้าที่ในโรงพยาบาลในเมือง ซึ่งเคทเองไม่ค่อยเต็มใจที่จะย้ายออกจากบ้านไม้อันแสนสวยที่เธอเช่าไว้เท่าไหร่นัก ที่ถูกออกแบบไว้อย่างน่าหลงใหล เมื่อเคทจะกลับมาบ้างเมื่อมีวันหยุด และ อเล็กซ์ ไวท์เลอร์ สถาปนิกที่มีพรสวรรค์ ได้กลับมาอยู่ที่บ้านนี้อีกครั้งในปี 2004 เมื่ออเล็กซ็ได้เจอจดหมายถึงผู้เช่ารายใหม่ที่เคทได้เขียนไว้ตอนที่ย้ายออกจากบ้านปี 2006 ซึ่งทั้งสองคนต่างยืนยันว่าตนเองอยู่ในปีปัจจุบันของแต่ละคน ทำให้ทั้งสองคนติดต่อกันผ่านทางตู้จดหมายหน้าบ้านริมทะเลสาบ

Note : เรื่องนี้ดูมาหลายรอบก็ไม่เบื่อ  ดูจนไม่ต้องมี sub

image

5. Robot and Frank (2012)

Frank อดีตนักจารกรรมอัญมณีที่ลงท้ายเป็นเพียงชายชราที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเปลี่ยว เหงา ลูกสาวก็ไม่เหลียวแล ส่วนลูกชาย Hunter ก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว Hunter จึงตัดสินใจซื้อหุ่นยนต์เพื่อมาดูแลพ่อ แต่ Frank กลับมีแผนการชั่วร้ายทำการดัดแปลงเจ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยให้กลายมา เป็นหัวขโมยตามรอยเขา โดยให้หุ่นยนต์เป็นผู้ช่วยในการลงมือจารกรรมตามแผนที่เขาได้วางไว้

image

6. Dolphin Tale (2011)

เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้พิการหลายคนกลับมามีกำลังใจในการดำเนินชีวิตอีกครั้ง 

เด็กชายหนุ่มคนหนึ่งได้พบปลาโลมาบาดเจ็บที่หางมาเกยตื้นที่ชายหาด และถูกส่งมารักษาที่ศูนย์รักษาปลา จากรักษาปลาโลมาตัวนี้ต้องถูกตัดหางทิ้ง แต่ปลาโลมาถ้าไม่มีหางจะไม่สามารถว่ายน้ำได้ ทางศูนย์และเด็กชายคนนั้นจึงได้ทำการติดต่อไปยังสถาบันต่างเพื่อช่วยให้ออกแบบอวัยวะหางเทียมให้แก่ปลาโลมา

ปล. ตอนนี้มี Dolphin Tale 2 เพิ่งเข้าฉายอยู่

image

7. Untouchable (2011)

เป็นภาพยนตร์แสนอบอุ่นว่าด้วยมิตรภาพต่างวัย ต่างสีผิว ต่างฐานะ แต่ผู้ชายสองคน หนึ่งคือ มหาเศรษฐีพันล้าน ส่วนอีกหนึ่งคือ ชายผิวดำจากสลัม กลับกลายเป็นส่วนเติมเต็มให้กับกันและกันอย่างน่าประหลาดสร้างมาจากเรื่อง จริงของ เศรษฐีวัยกลางคนชื่อว่า ฟิลิปป์ เป็นมหาเศรษฐีวัยกลางคนที่ถึงคราวเคราะห์ เขาประสบอุบัติเหตุจากกีฬากระโดดร่ม เป็นเหตุให้เขากลายเป็นอัมพาต เมื่อยังไม่ชินกับเงื่อนไขใหม่ของชีวิต ฟิลิปป์จึงใช้เงินประกาศรับสมัครพยาบาลมาดูแล โดยพยาบาลคนดังกล่าว ฟิลิปป์ต้องการให้เป็นทั้งเพื่อนคุย ผู้ช่วย และเป็นทั้งแขนขาให้กับเขา – ซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว มีคนเข้ามาสมัครหลายราย แต่ฟิลิปป์ก็ถูกใจแค่รายเดียว คือ ดริสส์ เด็กหนุ่มผิวสีที่อารมณ์ร้อน และมุทะลุ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากคนอื่นๆ ฟิลิปป์กับดริสส์ สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากทั้งคู่มีพื้นเพที่แตกต่างกัน

image

8. The Aviator (2004)

สร้างจากชีวิตของ Howard Hughes ทายาทบ่อน้ำมันใน Texas ที่ไม่ได้อยากทำธุรกิจน้ำมันต่อจากพ่อ แต่อยากเป็นผู้กำกับและเจ้าของบริษัทสร้างเครื่องบินและบริษัทสายการบิน โดย Hughes เป็นผู้ที่ทุบสถิติหลายอย่างในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถิติด้านต้นทุนหนังที่ตนเองสร้าง หรือ ด้านเครื่องบินที่เร็วที่สุดในยุคนั้น หรือ ด้านการให้บริการสายการบินที่สามารถเดินทางได้รอบโลก และสุดท้ายได้สร้างเครื่องบิน Hughes H-4 Hercule ที่เป็นประวิติศาสตร์ในวงการบินที่สร้างจากไม้และมีขนาดใหญ่กว่าสนามฟุตบอล

image

9. Hachi : A Dog’s Tale (2009)

หนังแนวดราม่าที่สร้างจากเรื่องจริง ของประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับหมาตัวนึงที่ถูกเก็บ มีความซื่อสัตย์มาก Hachi มักจะเดินตามไปส่งเจ้าของที่สถานีรถไฟ และมารอรับเจ้าของกลับทุกๆวันทุกคนต่างชื่นชมในความซื้อสัตย์น่ารัก จงรักภักดีของหมาตัวนี้
จนเมื่อวันที่แสนเศร้ามาถึง ไม่มีใครอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป เจ้าของของมันได้ตายลงแม้ Hachi จะรู้ แต่ Hachi ยังคงไปรอเขาอยู่ที่สถานีรถไฟทุกๆวันจนกระทั่ง Hachi ได้ตาย

image

10. The King’s Speech (2010)

พระเจ้าจอร์จที่ 6 (ค.ศ.1895-1952) บุคคลสำคัญของเรื่องคือ The King ในชื่อของภาพยนตร์ ตอนประสูติมีพระนามว่า Prince Albert (Duke of York) ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าจอร์จที่ 5 (King George V) ตั้งแต่เป็นเด็กทรงมีปัญหาในการพูดโดยเฉพาะในที่สาธารณะจนเป็นปมด้อยแต่ก็ ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่เพราะ "ไม่ได้คิดว่าจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน คิดว่าก็คงแอบซ่อนอยู่ในร่มเงาไหนสักแห่งพร้อมกับการติดอ่าง" ปัญหาสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพระราชบิดาทรงมอบให้พูดปิดงาน 1925 Empire Exhibition ครั้งนั้นคนฟังเอาใจช่วยกันเต็มที่แต่ทว่าแต่ละคำที่ทรงออกเสียงมานั้นแสน ยากอย่างน่าสมเพช และจบลงด้วยความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง พระชายา (ซึ่งต่อมาทรงเป็นที่รักใคร่ของชาวอังกฤษ โดยเรียกกันว่า Queen Mum ทรงสิ้นพระชนม์ในปี 2002 ในวัย 101 ปี) พยายามผลักดันช่วยให้หายจากการติดอ่าง ไปหาหมอหลายคนจนมาพบ "หมอหลอก" ชาวออสเตรเลีย ช่วยรักษาโดยเป็นผู้บำบัดและฝึกการพูด (speech therapist)  เจ้าชายองค์หนึ่งมีปัญหาติดอ่างกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นเมื่อพี่ชายขึ้นครองราชย์ แทนพระราชบิดาในพระนามพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 (King Edward VIII) ในปี 1936 และในปีเดียวกันก็ทรงยอมสละราชสมบัติเพื่อแต่งงานกับแม่หม้ายชาวอเมริกัน Wallis Simpson  Prince Albert น้องชายก็จำต้องเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทนในนาม King George ที่ 6 อย่างไม่เต็มใจอย่างยิ่ง เพราะทรงตระหนักดีถึงปัญหาด้านการพูดของตนเองและไม่ได้เตรียมตัวเลยในการ เป็นพระเจ้าแผ่นดิน อีกทั้งสงครามกับเยอรมนีกำลังกลายเป็นความจริงขึ้นทุกที

การติดอ่างของพระองค์กลายเป็นปัญหาใหญ่มากเมื่ออังกฤษจำต้องประกาศสงครามกับ เยอรมนี ซึ่งต่อมาลุกลามเป็นสงครามโลกครั้งที่สอง การพูดปลุกขวัญให้กำลังใจประชาชนของพระเจ้าแผ่นดิน ตลอดจนสื่อสารให้โลกเข้าใจบทบาทของอังกฤษ เป็นเรื่องคอขาดบาดตายในยุคที่วิทยุเริ่มเป็นตัวกลางสำคัญในการสื่อสาร จุดไคลแมกซ์ของเรื่องคือการพูดสดครั้งสำคัญ (The King′s Speech) ทางวิทยุหลังจากที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ประกาศสงครามกับเยอรมนีไปแล้ว ในวันนั้นพระองค์ยังทรงขาดความมั่นใจในการพูดอย่างไร้ร่องรอยของคนติดอ่าง แต่ด้วยความช่วยเหลือของ “หมอหลอก” ที่ยืนสนับสนุนและโค้ชอยู่ตลอดการพูดสดทางวิทยุ "The Speech ของ King" ก็เป็นไปด้วยดี ทุกคนชื่นชมและประชาชนเกิดกำลังใจในการต่อสู้สงคราม

image

11. Blood Diamond (2006)

เป็นหนังที่ตีแผ่เบื้องหลังของธุรกิจค้าเพชรที่สาวๆ หรือคู่แต่งงาน มักชื่นชอบ โดยเพชรที่ขายอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่มักจะมาจากประเทศSierra Leone ในแทบแอฟริกาที่มีสงคราม ในปี 1990 โดยเพชรนั้นได้ถูกใช้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินทุนสงครามไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาวุธ เป็นต้น ซึ่งสงครามนั้นได้โหดร้ายถึงขนาดใช้เด็ก 8 ขวบ มาเป็นกองกำลังทหาร จะเป็นที่มาของชื่อ Blood Diamonds ประโยคที่ติดใจของหนังเรื่องนี้ คือ “แม้ว่าแค่คุณจะซื้อแหวนแต่งงาน เพชรเม็ดเล็กๆที่อยู่บนแหวนก็มีส่วนสนับสนุนในสงครามแล้ว” ปัจจุบันสงครามได้ยุติลงแล้วและมีการห้ามมีการซื้อขายเพชรจากประเทศในแถบนั้นในช่วงที่เกิดสงคราม

image

12. About Time (2013)

เป็นหนังดี ขี้เกียจเล่า หนังดีตามกระแส คงดูกันหมดแล้ว ขอข้ามรายละเอียด ประโยคที่ชอบที่ คือ ตอนที่พ่อสอนลูกว่า “จงใช้ชีวิตวันละสองครั้ง ครั้งแรกก็ให้ดำเนินชีวิตไปตามปกติ ครั้งที่สองให้ลองสังเกตรายละเอียดแต่ละอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วจะพบความสุขของการดำเนินชีวิต”

image

13. 12 Years a Slave (2013)

ในปี ค.ศ. 1841 โซโลมอน นอร์ธัป เป็นเสรีชนชาวแอฟริกันอเมริกัน ทำงานเป็นช่างไม้และมือเล่นซอผู้มีฝืมือ อาศัยอยู่กับภรรยาและบุตรสองคนที่ซาราโตกาสปริงส์ รัฐนิวยอร์ก ต่อมามีชายสองคน เสนองานเป็นนักดนตรีเป็นเวลาสองสัปดาห์กับโซโลมอน แต่กลับลากเขาไปจนโซโลมอนสลบ เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองติดโซ่ตรวนกำลังจะถูกขายเป็นทาสในอีกไม่ช้า โซโลมอนถูกส่งไปนิวออร์ลีนในชื่อ “แพล็ต” ในฐานะทาสผู้หลบหนีจากจอร์เจีย หลังจากถูกรุมทำร้ายอยู่เนือง ๆ เจ้าของโรงฝ้ายชื่อวิลเลียม ฟอร์ด ซื้อเขาไป โซโลมอนกับวิลเลียมซึ่งเป็นนายผู้ใจบุญอยู่ด้วยกันได้ดี โดยโซโลมอนได้ทำทางน้ำให้การขนส่งท่อนซุงในหนองบึงเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและ เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด วิลเลียมให้ไวโอลินแก่โซโลมอนเพื่อเป็นการตอบแทน แต่ช่างไม้ชื่อจอห์น ทิบีตส์ ไม่พอใจและเริ่มคุกคามฟอร์ดด้วยคำพูดต่าง ๆ

โดยส่วนตัวแล้วหนังเรื่องนี้สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นด้านการเป็นอยู่ของทาส การกดขี่ของทาส หรือ การทรมาน ลงโทษ ทาสในสมัยนั้น(ฉากที่โดนเฆี่ยน ที่รู้สึกเจ็บตามโซโลมอน)

image

14. Cast Away (2000)

ชัค โนแลนด์ วิศวกรระบบของ FedEx ซึ่งชีวิตส่วนตัวและในงานอาชีพ ถูกกำหนดโดยนาฬิกา ทุกวินาทีของเขา ต้องสร้างงานให้ได้มากที่สุด ในเวลาที่ควบคุมได้ตามกำหนด ซึ่งต้องข้ามกับชีวิตส่วนตัว ที่ชัคไม่สามารถกำหนดเวลาที่จะมอบให้แก่ เคลลี่ เฟรียส์ คนรักได้ หน้าที่การงานที่ก้าวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาสังเกตว่า เขาเริ่มห่างเหินจากแฟนสาวไปทุกที

 การทำงานอย่างไม่เคยหยุดนิ่งของชัค สิ้นสุดลงทันทีหลังจากอุบัติเหตุทางเครื่องบิน เขาถูกทิ้งอย่างโดดเดี่ยว บนเกาะที่ไกลออกไป ถูกทิ้งขว้างให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ร้างเปล่า เท่าที่จะจินตนาการได้ ห่างไกลจากความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน เขาต้องเผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้ายเพียงลำพัง กับลูกวอลเล่ย์บอล 1 ลูก ขั้นแรก เขาต้องตอบสนองความต้องการพื้นฐานเพื่อความอยู่รอด ได้แก่ น้ำ อาหาร และที่อยู่อาศัย ชัคซึ่งเป็นนักแก้ปัญหาชั้นเยี่ยม ในที่สุดเขาก็ค้นพบว่า จะประคับประคองร่างกายของตนให้อยู่ต่อไปได้อย่างไร แล้วไงล่ะ?

image

15. Terminal  (2004)

เมื่อมาถึงสนามบิน JFK New York วิกเตอร์ นาวอร์สกี้ กลับถูกควบคุมตัวไว้ด้วยข้อหาที่คอมพิวเตอร์ปฏิเสธการมีตัวตนของเขา เนื่องจากสงครามที่ประเทศบ้านเกิดของเขาที่ทำให้เขาไร้สัญชาติทันที และทำให้เขาไม่สามารถที่จะเดินทางกลับประเทศตัวเองหรือเข้าไปในประเทศ อเมริกาได้บัดนี้ จากการที่ต้องถูกขังอยู่ในสนามบินอันโอ่อ่าหรูหราและเต็มไปด้วยสิ่งบันเทิง ใจ วิกเตอร์ได้พบเพื่อนใหม่หางานทำและได้ค้นพบความเป็นอเมริกาที่แท้จริง หนังเรื่องนี้ได้เล่าเรื่องตลอดเวลาที่เขาต้องอาศัยอยู่ในสนามบิน การดำรงชีวิต เป้าหมายและแรงบันดาลใจในสิ่งที่เขาต้องทำให้ได้ในจุดประสงค์การมาอเมริกาครั้งนี้

image

9.9.2014 ในอีกมุมมองหนึ่งที่หนัง Flight 7500 ไม่ได้เอ่ยไว้

จากหนังผีเรื่อง Flight 7500 

ความจริงแล้วเรื่องนี้สร้างมาจากเค้าโครงของ อุบัติเหตุของการสายการบิน Helios เที่ยวบิน 522 ในปี 2005 มุ่งหน้าจากเกาะไซปรัสไปยังกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ พร้อมกับผู้โดยสาร 115 คน และลูกเรืออีก 6 คน

(Credit: http://en.wikipedia.org/wiki/Helios_Airways_Flight_522)


ซึ่งอยู่ๆเที่ยวบิน 522 ได้ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน เครื่องบินรบ F 16 ถูกส่งให้ขึ้นบินตามเครื่องบินเฮลิโอส แอร์เวย์ เที่ยวบิน 522 เหนือกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้น ทหารที่ขับเครื่องบินรบมองเข้าไปในเครื่องบินไฟลท์ Helios 522 แต่ภาพที่เห็น คือ ผู้โดยสารนับร้อยหลับสนิทโดยมีหน้ากากออกซิเจนครอบจมูกอยู่ และเมื่อมองไปที่ห้องนักบิน ทหารก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในห้องนักบิน ทหารพยายามส่งสัญญาณมือเพื่อส่งความช่วยเหลือ แต่ชายผู้นั้นกลับไม่ตอบสนองอะไร นอกจากท่าทางที่กำลังพยายามควบคุมแผงบังคับการบิน แต่ในที่สุด เครื่องบินเริ่มเอียงและตกลงสู่พื้นด้านล่างอย่างรุนแรง การระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว

(Credit: http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/13/Helios522.png)


จากผลการสอบสวนออกมา คือ ผลจากการชันสูตรศพของผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน พบว่า ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่เครื่องบินตก แค่สลบ ไม่ได้เสียชีวิตขณะที่อยู่กลางอากาศ ส่วนสาเหตุของเครื่องบินตก เนื่องจากมาจาก น้ำมันของเครื่องบินหมดจึงตกลงสู่พื้น

(Credit: http://board.postjung.com/data/750/750746-topic-ix-2.jpg)


สาเหตุที่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนสลบนั้น เนื่องมาจาก เครื่องบินเคยประสบปัญหาการปรับแรงดันอากาศภายในเครื่องและประตูท้ายเครื่อง ไม่สามารถปิดได้สนิท แต่ไม่รับการแก้ไข และแผงวงจรควบคุมการปรับอากาศได้ถูกตั้งให้เป็น manual เนื่องจากตอนที่วิศวกรทดสอบได้ทำการปรับจาก auto มาเป็น manual แล้วไม่ได้ปรับคืนเป็น auto

(Credit: http://code7700.com/image/helios_522_pressurization_panel.png)


เมื่อเครื่อง Helios 522 บินสูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศภายในเครื่องก็ยิ่งเบาบางลง สัญญาณเตือนจึงดัง ผู้โดยสารรวมถึงนักบินได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้รู้สึกตื้อ วิงเวียน มึนศีรษะ คลื่นไส้ สุดท้าย หน้ากากออกซิเจนก็ตกลงมาจากด้านบน ผู้โดยสารจึงต้องใช้หน้ากากนี้ครอบจมูกและปาก แต่ว่าหน้ากากออกซิเจนบนเครื่องบิน มีออกซิเจนเพียงพอสำหรับใช้หายใจได้เพียงพอประมาณ 12 นาทีเท่านั้น
ส่วนชายคนที่นักบิน F16 เห็นในห้องนักบิน คือ แอนเดรียส โปรโดรมู พบว่า เขาเป็นนักดำน้ำและเคยฝึกหัดขับเครื่องบิน ทำให้สามารถควบคุมการหายใจได้ดีกว่าคนทั่วไป


ในระหว่างที่ทุกคนเริ่มสลบ แอนเดรียส โปรโดรมู ที่ยังมีสติเนื่องจากยังควบคุมการหายใจได้ เริ่มรับรู้ว่าเกิดความผิดปกติจากห้องนักบิน เขาพยายามแบกร่างที่อ่อนล้าจากบรรยากาศที่เบาบางในเครื่องบินเดินตรงไปยัง ห้องนักบิน โดยการใช้หน้ากากออกซิเจนของที่นั่งว่างแต่ละที่สูดไปเรื่อยๆ และค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ จนถึงห้องนักบิน เขาได้พยายามบังคับเครื่องบินจากความรู้ที่เรียนมา แต่ไม่เป็นผลเพราะ เครื่องบินน้ำมันหมดกลางอากาศ เครื่องบินได้ถูกเติมมาเพื่อบิน 1 ชัวโมง 30 นาที แต่เครื่องเที่ยวนี้บินวนมาทั้งหมด 3 ชั่วโมงก่อนจะตก

Andreas Prodromou

(Credit: https://lh3.googleusercontent.com/-cQtPJmgVE78/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAAAAA/jEhO-RqCM0A/photo.jpg)


Credit: National Geographic ชุด Air Crash Investigation

ทำธงวันมหิดล 24 กันยา #วันมหิดล #24กันยา #น้องต้อนรับดีทุกอย่างยกเว้นทักว่า #รุ่นพี่อาวุโส #แอ๊บเป็นเด็กมหาลัย (at Siriraj Hospital | รพ.ศิริราช)

We make Tumblr themes