Now Playing Tracks

วิธีหนึ่งที่จะทำให้ลืมความเจ็บปวดคือทำบางอย่างให้จริงจัง” อ่านจบแล้วคิดต่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ? By นิ้วกลม

อ่านเจอโคว้ท “วิธีหนึ่งที่จะทำให้ลืมความเจ็บปวดคือทำบางอย่างให้จริงจัง” อ่านจบแล้วคิดต่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

อันที่จริง สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดก็คือการทุ่มเทให้กับบางสิ่งอย่างจริงจังนี่เอง จะว่าไป คนเรานี่แปลกนะ การที่เราจะรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาได้เนี่ย เรามักจะต้องเอาตัวเองไปผูกกับอะไรบางอย่างหรือใครสักคน

เมื่อเราทุ่มเทให้สิ่งนั้นหรือคนนั้น เราจะรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าชีวิตมีความหมาย ถ้าเราหายใจไปวันๆ บางวันอาจรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีความหมายอะไรเลย

แต่สิ่งที่เราเอาตัวเองเข้าไปผูกติดด้วยนี่เองที่ทำให้เราเจ็บปวดเมื่อต้องผิดหวัง และเมื่อเป็นเช่นนั้น “ความหมาย” ของเราก็เหมือนจะพังพินาศไปด้วย

สมการชีวิตจึงคล้ายจะเป็นเช่นนี้ จากว่างเปล่า > สู่ความทุ่มเทเพื่อบางสิ่งหรือบางคน > ชีวิตมีความหมาย > ความหมายพังลงพร้อมสิ่งนั้นหรือคนนั้น > ชีวิตกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง > มองหาความหมายอีกหน > มองหาสิ่งที่พร้อมจะทุ่มเทให้แบบหมดหัวใจอีกครั้ง > เพื่อให้ชีวิตกลับมามีความหมาย

และจะวนเวียนเช่นนี้ไปจนกว่าจะสิ้นสุดลมหายใจ

หรือไม่ก็ตอนที่เราหยุดหาความหมายจากสิ่งอื่นหรือคนอื่นมาเติมเต็มตัวเอง ตอนที่เราเห็น “ความหมาย” ในตัวเองโดยไม่ต้องผูกโยงกับใครหรือสิ่งใด

มากกว่านั้นเห็นจะเป็นผู้บรรลุธรรม ที่มองเห็นความจริงว่า ตัวเราที่แท้แล้วก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย แต่การจะมองเห็นสัจธรรมข้อนี้และปฏิบัติได้ด้วยนั้นย่อมมิง่ายดาย

ในยามที่รู้สึกเจ็บปวด ผมไม่แน่ใจว่าเราควรจะเริ่มต้น “ทำบางอย่างให้จริงจัง” อย่างรวดเร็วหรือไม่ เพราะเราอาจพลาดไปจริงจังกับบางสิ่งหรือบางคนที่เราไม่ได้อยากจริงจังด้วยจริงๆ เพียงแค่หาอะไร “จริงจัง” ไปเพื่อให้ลืมความเจ็บปวด

ตรงกันข้าม, ผมกลับคิดว่า ในยามเจ็บปวดเราไม่จำเป็นต้องลืม แต่เราควรอยู่กับมัน โอบรับความเจ็บปวดนั้น ยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรา บาดแผลก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเรา บาดแผลนั้นเองที่สร้าง “ความหมาย” ให้กับชีวิต แม้จะเป็นความหมายที่เราไม่อยากได้

แต่อย่าลืมว่า ความพ่ายแพ้และรอยแผลเป็นจากการล้มนี่เองที่ฟูมฟักตัวเราที่แข็งแกร่งและรอบคอบกว่าเดิมขึ้นมา

เจ็บปวด พ่ายแพ้ ล้มเหลว คือ “ความหมาย” หนึ่งของชีวิต

เรามักพยายามวิ่งหนีความเจ็บปวด พยายามอย่างยิ่งที่จะลืมมันให้เร็วที่สุด และวิ่งไปหาความหมายใหม่ให้ชีวิต มิใช่การทำเช่นนี้หรอกหรือที่ทำให้เรายิ่งเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นไปอีก

โอบกอดบาดแผลเถิด โอบรับด้านเลวร้ายที่เราไม่อยากได้ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา

จริงจังกับความเศร้าให้เท่ากับที่จริงจังกับความสุข

จริงจังกับความล้มเหลวให้เท่ากับที่จริงจังกับความฝัน

ให้เวลากับความทุกข์ ซื่อสัตย์กับตัวเองว่ากำลังเจ็บปวด มิจำเป็นต้องแสร้งยิ้มหรือหัวเราะกลบเสียงร้องไห้

ความเศร้าไม่ได้น่ารังเกียจ มันเป็นความหมายอย่างหนึ่งของชีวิต ที่ทำให้ชีวิตมีมิติที่สมบูรณ์

หากพยายามวิ่งหนีความทุกข์ มันจะวิ่งไปดักข้างหน้าเราเสมอ แต่ถ้าเราอยู่กับมัน สุดท้ายมันจะเป็นฝ่ายเดินหนีไป

เธอกำลังเศร้าอยู่หรือเปล่า แนะนำว่าอย่าหนีไปทำอย่างอื่น นั่งลง เขียนความเศร้าใส่หน้ากระดาษ สเก็ตช์ภาพมันด้วยตัวหนังสือ เธอจะเห็นใบหน้าของความเศร้าชัดเจนขึ้น แล้วเธอจะได้เห็นว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่แน่ มันอาจแปลงร่างเป็นครูสอนบทเรียนเธอบางอย่างด้วยซ้ำไป

อย่าลืมให้เวลากับความเจ็บปวด

บาดแผลมิได้หายด้วยวิธีการไม่หันไปมองมัน แต่แผลจะหายจากการจ้องมอง ดูอาการ และทำความเข้าใจว่ามันเกิดจากอะไร ต้องการยาอะไร

ไม่ต้องรีบ ทุกคนควรได้มีเวลาในการเจ็บปวด เช่นกันกับเวลาพักฟื้นยามเจ็บป่วย

แล้วความหมายของชีวิตครั้งใหม่จะผ่านเข้ามา สิ่งที่ทำให้เธอทุ่มเทหมดหัวใจได้อีกครั้งโดยไม่กลัวเจ็บปวด

ในเมื่อเธอผ่านความเจ็บปวดมาแล้วโดยไม่วิ่งหนี เจอกันอีกทีเธอย่อมรู้จักมันดีแล้ว อาจทักทายกันเหมือนเพื่อนเก่าที่วนเวียนมาพบกันอีกหน

การทำความรู้จักความเศร้าเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเป็นเพื่อนกับความเศร้าได้ ความเศร้าก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว

Freshy เต็มไปหมดเลย >\< เดี๋ยวต้องไปเรียน Calculus 1 กับ Physics1 ตอนบ่ายต้องไปเรียน MUGE #เป็นเด็กปี1 (at Mahidol University Salaya Campus)

ไปเป็นมนุษย์ถ้ำที่ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เดินไม่ไกลหรอก ข้ามเขา 2 ลูกเอง ความชัน 50 องศา (at ถ้ำพระยานคร เขาสามร้อยยอด)

"เมืองไทยเรายังไม่มีอะไรเลย เมื่อเรียนสำเร็จแล้ว
ควรพยายามคิดค้นทางวิชาการให้กว้างขวางขึ้น
จะได้เทียบเคียงกับต่างประเทศเขา
ถ้าไม่รู้จะทำอะไรใหม่ ก็ให้ศึกษาหาสิ่งธรรมดา
ให้รู้ว่าคนไทยเรามีอะไรธรรมดาซึ่งเป็นมาตรฐาน”
- สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
#Mahidol (at ศูนย์การเรียนรู้มหิดล (Mahidol Learning Center))

We make Tumblr themes